Pima_Koo View my profile

[EINT] Chapter I : Aarde

posted on 14 Jul 2015 23:56 by pima-koo in EINT
 
 
 
****************************************************
 
 
Chapter I : Aarde
 
 
 
 

 

 

ที่นี่มันที่ไหน...?


แล้วร่างกายนี่มันอะไรกัน...?


ชายหนุ่มกำลังสงสัยอย่างหนัก เพราะทันทีที่เขารู้สึกตัวขึ้นมาก็พบว่าที่ที่นอนอยู่นั้นไม่ใช่ห้องของตน แถมร่างกายยังกลายสภาพเป็นแมวไปแล้วเสียอีก


ฝันสินะ ใช่แล้ว...นี่ต้องเป็นความฝันแน่ๆ


“...แต่ดูสมจริงชะมัดเลย” เขาก้มมองหางในมือที่สัมผัสได้ถึงความละเอียดของขนและความนุ่มของมัน


เขาค่อยๆลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลเพราะยังไม่ชินกับขาแบบใหม่ มันรู้สึกเหมือนยืนเขย่งตลอดเวลายังไงไม่รู้ ก่อนจะออกเดินสำรวจไปรอบๆ กระท่อมไม้ แล้วก็พบว่าภายในกระท่อมนี้ไม่มีอะไรที่พอจะบอกได้เลยว่ามันคือที่ไหน มีเพียงแค่กองทรายตรงมุมห้อง และที่ประตูก็ปรากฏร่องรอยของการเข้าออกหลายครั้ง


หรือว่ามันจะเป็นบ้านของใครสักคน?


เขากวาดสายตามองอีกรอบก็จะสะดุดตาเข้ากับสิ่งๆหนึ่ง


เขาสัตว์?


ชายหนุ่มเดินไปหยิบเขาสัตว์ประหลาดสีดำที่วางอยู่บนพื้นตรงที่ที่เขานอนเมื่อกี้ขึ้นมาดูอย่างสงสัย


“เหมือนแตรเขาสัตว์ที่เคยเห็นในหนังสือเลยแฮะ ลองเป่าดูดีมั้ยนะ...” มองดูอย่างชั่งใจสักพักก็ตัดสินใจว่าไม่เป่าจะดีกว่า ใจไม่กล้าพอ แต่ก็ขอเอาติดตัวไปด้วยละกัน


เมื่อสำรวจภายในกระท่อมจนพอใจแล้ว เขาก็เดินไปยังประตูเพื่อจะออกไปข้างนอก และก็พบว่าเบื้องหลังประตูนั้นเป็นโลกที่เขาไม่รู้จัก ทั้งวิวแปลกตาและสัตว์แปลกๆ กระท่อมนี้ดูเหมือนจะตั้งอยู่บนผาสูง รอบๆมีแต่ป่า มองเลยหน้าผาไปจะเห็นเส้นขอบฟ้าของทะเลสีมรกต บนท้องฟ้ามีฝูงนกประหลาดสีเหลืองบินผ่านไป เขามองนกประหลาดนั่นไปจนลับสายตาพร้อมกับเอามือปิดหูแมวของตนไว้ด้วย เพราะรู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรก็ไม่รู้ดังเต็มไปหมด


ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยเหรอเนี่ย


เขาเดินสำรวจไปรอบๆ แล้วสังเกตเห็นควันไฟที่ลอยอยู่ห่างออกไป


ควันไฟ? มีควัน...แสดงว่าต้องมีใครจุดไฟขึ้นมาสินะ


คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก็ตัดสินใจมุ่งตรงไปที่นั่นทันทีด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าอาจจะเจอใครสักคนที่พอจะตอบคำถามเขาได้ เดินไปสายตาก็คอยมองควันไฟไปตลอดทาง แต่จู่ควันไฟที่เห็นลอยอยู่เบื้องหน้าเมื่อกี้กลับหายไป


“ควันหายไปแล้ว หรือว่าเขาจะดับไฟไปแล้ว แล้วอย่างนี้จะตามต่อยังไงเนี่ย” ขณะที่กำลังคิดไม่ตกอยู่นั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองกลายเป็นแมวไปแล้วนี่นา ขนาดหูยังดีเลย จมูกก็น่าจะดีด้วยสินะ


เขาเริ่มใช้จมูกในการดมหากลิ่นควันไฟที่น่าจะหลงเหลืออยู่ และพบว่ามันได้ผล เขาจึงเริ่มออกเดินไปตามทางที่ได้กลิ่น และในที่สุดเขาก็มาถึง แต่น่าเสียดายที่เขามาช้าไป ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย เหลือเพียงแค่กองกิ่งใบไม้แห้งและร่องรอยบนพื้นที่พอมองออกว่าเคยมีคนอยู่ที่นี่


“ใครกัน... ในป่าอย่างนี้..อาจจะเป็นพวกนายพรานล่ะมั้ง” เขาพูดพึมพำสายตาก็กวาดไปเห็นรอยเท้าที่มุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง แต่ก่อนที่เขาจะเดินตามรอยเท้านั่นไป หูกลับได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากอีกฝั่ง


“หืม เสียงอะไร” เขาเงี่ยหูฟังอีกรอบและตัดสินใจไปทางที่ได้ยินเสียงแทน เพราะอย่างน้อยก็แน่ใจได้ว่าถ้าไปทางนี้ต้องเจอใครหรืออะไรสักอย่างแน่ๆ


ชายหนุ่มค่อยๆ เดินไปทางนั้นและพยายามทำเสียงให้เบาที่สุด และเมื่อไปถึงที่นั่น เขาก็พบกับเจ้าของเสียง เป็นเด็กผู้ชายผิวค่อนข้างเข้ม ออกโทนแดง ผมสีน้ำตาลถูกถักเป็นเปียสั้น สวมเสื้อผ้าและผ้าคลุมที่ทำจากผ้าป่าน ดูเหมือนเด็กธรรมดา แต่ท่อนล่างของเขาที่ควรจะเป็นขาคนปกติกลับถูกแทนที่ด้วยลำตัวที่เป็นม้าสีน้ำตาล ที่ขาทั้งสี่มีแต้มสีขาวดูเหมือนกำลังสวมถุงเท้าอยู่ และตรงปลายหางถูกรวบไว้ด้วยกัน


นี่มัน..!?


เซนทอร์!! เซนทอร์ตัวเป็นๆ!!


ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเจอแซนทอร์ตัวเป็นๆ ได้แต่เบิกตากว้าง และรีบอุดปากตัวเองไว้ไม่ให้ส่งเสียงร้องแห่งความตื่นเต้นปนตกใจออกมา ก่อนจะสังเกตเห็นว่าในมือของเด็กชายมีธนูคันใหญ่และบนหลังม้าก็มีที่ใส่ลูกธนู เห็นอย่างนั้นแล้วก็ยิ่งต้องกลั้นเสียงร้องเข้าไปใหญ่เลย ยังไม่ทันที่เขาจะทันได้คิดอะไรอีกฝ่ายก็หันมาเห็นเข้าเสียก่อน ต่างฝ่ายต่างตกใจซึ่งกันและกัน แต่ดูเหมือนฝ่ายเด็กชายจะตื่นตระหนกมากกว่า


ถูกเห็นเข้าซะแล้วสิๆๆ


แม้จะยังตกใจแต่เขาก็คิดได้ว่าควรจะออกมาแสดงตัวให้อีกฝ่ายเห็นว่าตนนั้นไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอะไร เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นชายหนุ่มก็ก้าวขาออกมาจากหลังต้นไม้ โดยพยายามไม่เข้าไปใกล้อีกฝ่ายเกินความจำเป็น เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้าออกมาก่อนจะส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้เป็นก่อนอันดับแรก แต่ดูเหมือนเด็กชายจะเห็นเขาเป็นศัตรูไปเสียแล้ว เพราะทันที่ที่เขาออกมา อีกฝ่ายก็ยิงธนูออกมาทันทีโดยไม่ลังเล


“เฮ้ยย!!”


โชคดีที่เขาหลบทัน และลูกธนูนั้นก็ไม่ได้น่ากลัวเสียเท่าไร เพราะมันช่างไร้เรี่ยวแรงและช้าเหลือเกิน สงสัยอีกฝ่ายเพิ่งจะเคยยิงธนูเป็นครั้งแรกล่ะมั้ง


“เจ้า เป็น ไค!”


“ห๊ะ?” แม้อีกฝ่ายจะพูดภาษาแปลกๆ แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่าคือเขากลับเข้าใจคำพูดนั่น


“ทำไม โซนาร์ ที่นี่?” เด็กชายถามด้วยท่าทีระแวดระวัง ในตอนนั้นเองเด็กชายก็เห็นอะไรบางอย่างที่ตัวของชายหนุ่ม


“สิ่งนั้น? สิ่งนั้นมาจากไหน? โซนาร์? ข้า...” สองนิ้วของเด็กชายชี้ไปยังเขาสัตว์สีดำที่เขานำติดตัวมาจากกระท่อมนั่น


“อ่าา...” ตอนนี้เขาที่ถูกเรียกว่าโซนาร์กำลังแพนิคกับคำถามที่รัวเข้ามา อย่างไม่รู้จะตอบยังไงดี แต่ก่อนอื่นเขาควรจะแนะนำตัวเองก่อน


“ผ..ผมชื่อดิ...”

 

ไม่เอาๆ ชื่อนี้ดูธรรมดาไป ตั้งชื่อใหม่ดีกว่า อืมม..ชื่ออะไรดีนะ อ๊ะใช่...


“ผมชื่อนิโค...เอ๊ะ..” เขาตกใจที่นอกจากฟังออกแล้วยังพูดได้ด้วย


“อ่า..แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมเป็นใคร...แล้วก็มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง...” เขาค่อยๆ พูดตอบไปแบบไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจรึเปล่า เลยใช้ท่าทางประกอบคำพูดไปด้วย (ซึ่งดูไม่จำเป็นเท่าไร)


“...ที่นี่ผมคือโซนาร์งั้นสินะ อืมม...แล้วก็เจ้าสิ่งนี้...” พูดพลางหยิบเขาสัตว์ที่อีกฝ่ายชี้ขึ้นมา “...ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาจากไหน พอรู้สึกตัวก็มีเจ้านี่อยู่แล้ว”


นี่เราตอบอะไรไปเนี่ยยย มันดูน่าสงสัยหนักเข้าไปอีกกกก


...ว่าแต่เขาสัตว์ประหลาดนี่มันคืออะไรกันแน่นะ


“แล้วเขาสัตว์นี่มันคืออะไร เป็นของนายงั้นเหรอ”


เซนทอร์น้อยส่ายหน้าระรัวก่อนตอบ “ของ โคลธยา...”


“แล้ว?...” เขารอฟังคำอธิบายเพิ่มเติม แต่ดูเหมือนเด็กชายจะนึกคำที่สามารถอธิบายสิ่งนี้ไม่ได้อีกแล้ว


“โซนาร์ มาจาก แผ่นดินใหญ่?” เด็กชายถาม “ทำ อะไร? ทำไม อยู่กับ โคลธยา?” เขาเอียงคอ พลางมองด้วยดวงตาสีโอลีฟกลมแป๋ว นอกจากนั้นแล้วเขายังบอกว่าตนเองชื่อ ‘เทาริ’ เป็นชนเผ่าพื้นเมืองชาวเซนทอร์


ระหว่างที่ชายหนุ่มฟังเทาริพูด ก็ดูเหมือนอารมณ์ของเขาจะสงบลงแล้ว และระลึกได้แล้วว่าที่นี่คือที่ไหน และเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร


ที่นี่คือ Aarde? อย่างนั้นสินะ...


แต่ถึงจะจำได้คร่าวๆ แล้ว เขาก็ไม่รู้จะตอบคำถามของเด็กชายอย่างไรอยู่ดี นึกไปถึงหนังสือคู่มือที่ยังอยู่ในถุงนั่นอย่างนึกเสียดายว่าน่าจะอ่านมาสักหน่อย แต่นึกเสียใจไปตอนนี้มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ คงต้องใช้ความสามารถที่มีแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าไปก่อนแล้วล่ะ


ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนคำพูดคำจาให้เหมือนอีกฝ่าย แล้วก็คงต้องงัดสกิลแอคติ้งขึ้นมาใช้นิดหน่อยเสียแล้ว


“แผ่นดินใหญ่? อ๊ะ...” นิโคทำเป็นกุมหัวตัวเองเอาไว้เหมือนปวดหัวอย่างหนัก “ผม..ม..ไม่ใช่สิ...ข้า..ข้าเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก...” ตอนนี้เขากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก หัวนี่หมุนติ้วๆเลย


“ข้านึกออกแล้ว...” เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับทำสีหน้าให้ดูตื่นเต้นดีใจ “...ใช่แล้ว ข้ามาจากแผ่นดินใหญ่...... เดินทางไปเรื่อยจนมาถึงที่นี่ แล้วก็เหมือนอยู่ดีๆจะสลบไป..... พอตื่นมาอีกทีก็ดันมึนๆจำอะไรไม่ได้ แล้วก็เห็นเจ้านี่ เอ่อ...มันเรียกว่าโคลธยาใช่มั้ยนะ.... ตื่นมาข้าก็เห็นโคลธยานี่วางอยู่ข้างตัว”  ชายหนุ่มขมวดคิ้วพยายามทำสีหน้าจริงจังขณะเล่า ในใจก็ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะเชื่อกับการแสดงและเรื่องที่เล่าไป “....และนี่ก็คือ...เรื่องราวทั้งหมด ที่ข้าจำได้ในตอนนี้น่ะนะ”


“นี่ไม่ใช่โคลธยา นี่ของโคลธยา!” เทาริส่ายหน้าระรัว กีบเท้าของเขาย่ำอยู่กับที่ และดูเหมือนว่าเด็กชายจะไม่สงสัยอะไรเขาเลย


“โซนาร์ป่วยหรือ? ต้องไป! ไปกับข้าที่หมู่บ้าน ข้าจะช่วย ปู่จะดีใจที่เห็นของนั้น” เขาชี้ไม้ชี้มือ พลางคว้าจับข้อมือของนิโคเอาไว้


หมู่บ้าน?” หมู่บ้านเซนทอร์..ถึงมันจะดูน่ากลัวไปหน่อย แต่นี่ก็ถือเป็นโอกาสดีเลยที่จะได้รู้จักกับผู้คนของโลกแห่งนี้มากขึ้น เขาตัดสินใจตอบตกลงไป 


หมู่บ้านเซนทอร์ จะเป็นแบบไหนกันนะ?...

 

..

.

.

 

เซนทอร์น้อยเดินนำเฟไลน์หนุ่ม (ที่ถูกอีกฝ่ายเรียกว่าโซนาร์) พอมายืนใกล้กันอย่างนี้แล้วเขาก็เพิ่งสังเกตว่าตัวสูงพอๆ กันเลย ทั้งที่อีกฝ่ายยังเด็กอยู่นะเนี่ย ไม่อยากนึกถึงตอนโตเลยแฮะ ทั้งคู่เดินกันไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึง หมู่บ้านของเหล่าเซนทอร์


นิโคสูดลมหายใจเรียกความกล้าอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามเทาริเข้าไปในหมู่บ้าน สิ่งก่อสร้างของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นพวกกระโจมสูงและกระท่อมไม้ ระหว่างเดินไปเขาก็สังเกตเห็นท่าทีของเซนทอร์ทั้งหลายที่ดูจะไม่ต้อนรับเขาเสียเท่าไร แต่คงเป็นเพราะเขามากับเทาริจึงไม่ค่อยมีอะไรน่ากังวล


นี่ถ้ามาคนเดียวมีหวังเละแน่ๆ


เทาริพาชายหนุ่มไปพบกับหัวหน้าของที่นี่ เขาเป็นเซนทอร์วัยชรา ลำตัวท่อนล่างเป็นม้าสีเทา ชื่อว่า ‘โกลนุ’ และก็เป็นปู่ของเทาริด้วย


งั้นเทาริก็เป็นถึงหลานของหัวหน้าหมู่บ้านเลยสิเนี่ย


พวกเขาพูดคุยถามไถ่กันสักพัก ชายหนุ่มก็นำเขาสัตว์สีดำให้เซนทอร์ชราดู ทันทีเห็นเขาก็กล่าวว่าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะมาอยู่ในมือของผู้ไม่รู้ประสา และก็ได้บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและคุณสมบัติของเขาสัตว์ประหลาดชิ้นนี้ให้ฟัง และนิโคก็ได้รู้ว่านี่ไม่ใช่แตรเขาสัตว์ธรรมดาอย่างที่คิด ดีแล้วที่ตอนนั้นเขาไม่ได้ลองเป่ามันน่ะ


หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ พวกเขาก็นำอาหารมาให้เฟไลน์ต่างถิ่นอย่างเขากิน และบอกว่าเขาจะพักอยู่ที่นี่ไม่ได้ เพราะมันเป็นกฎของหมู่บ้านที่จะไม่รับคนนอกเข้าพักแรม


“...แต่ถ้าเจ้าเดินไปทางโน้น จะเห็นเพิงว่างอยู่ มันเอาไว้สำหรับคนนอกที่บาดเจ็บน่ะ เจ้าสามารถไปพักที่นั่นได้”


ชายหนุ่มยิ้มขอบคุณ และคิดว่าแค่มีข้าวให้กิน มีที่ให้นอน แค่นี้ก็ดีมากสำหรับตอนนี้แล้วล่ะ ตอนนี้ต้องมองโลกในแง่ดีเข้าไว้


ระหว่างนั้นเทาริก็มาชวนเขาไปล่าสัตว์ แถมยังบอกอีกว่าไม่เคยล่าสัตว์สำเร็จเลย


แล้วมาชวนฉันไป มันจะช่วยให้ล่าสัตว์ได้ขึ้นมาหรือไง


ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้พูดออกไปหรอก และหลังจากที่คิดไตร่ตรองเรียบร้อยแล้ว เขาก็ตอบตกลงคำชวนของเด็กชายไป เพราะอยู่นี่ก็ไม่รู้จะทำอะไร แถมไม่รู้จักใครอีก สู้ออกไปกับเทาริดีกว่า อย่างน้อยก็เป็นการเรียนรู้โลกแห่งนี้ไปพร้อมกับการผูกมิตรกับเทาริไปด้วย การสร้างมิตรเอาไว้บ้างมันก็ดีกว่าอยู่หัวเดียวกระเทียมลีบในต่างโลกนี้ล่ะนะ ..........ถึงตัวเองจะล่าสัตว์ไม่เป็นก็เถอะ

 

..

.

.

 

ระหว่างที่กำลังเตรียมตัวอยู่นั้น โกลนุ ปู่ของเทาริก็มาเข้ามาบอกเขาว่า “อย่ายื่นมือเข้าไปช่วยในเหยื่อตัวแรกของเทาริล่ะ มันเป็นการฝึกฝนอย่างหนึ่งของเขา เข้าใจมั้ย”


ถึงอีกฝ่ายจะไม่บอก เขาก็คงช่วยเหลืออะไรเซนทอร์น้อยไม่ได้มากอยู่ดีนั่นล่ะ ในตอนนั้นเอง พ่อของเทาริก็กลับมาจากการตัดฟืน เขาดูคล้ายเทาริ แต่ว่าเขามีผมและขนบนลำตัวเป็นสีเทา บนหน้าอกเปลือยห้อยสร้อยประดับเขี้ยวสัตว์ ส่วนท่อนล่างไม่ได้ใส่ผ้าคลุมใดๆ อืมม..มันดูเหมือนจะโป๊แต่ก็ไม่โป๊แฮ..


ทันทีที่ได้ยินว่าแขกอย่างเขาจะออกไปล่าสัตว์กับลูกชายตัวเองก็หัวเราะเสียลั่น


“เจ้าช่างเป็นเฟไลน์ที่แปลกเสียจริง” เขากล่าวพลางหัวเราะ ก่อนจะหันไปหาไม้ยาวๆมาเหลา สักพักเขาก็ยื่นไม้นั่นที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นหอกไม้ไปแล้วมาให้


“เอาไปสิ ข้าว่ามันน่าจะมีประโยชน์มากกว่ามีดเล็กๆนั่น”


นิโคกล่าวขอบคุณพลางรับหอกไม้นั่นมาถือไว้ แล้วมองดูมันอย่างชื่นชม


นี่มันดูคมมากเลยนะเนี่ย


เทาริที่ดูเหมือนจะตื่นเต้นกับการออกไปล่าสัตว์ก็วิ่งวนไปมารอบๆ ตัวเขา กีบเท้าของเซนทอร์น้อยย่ำพื้นดังตุบตับ เห็นอย่างนั้นเขาเลยพลอยตื่นเต้นไปด้วย ไม่นานพวกเขาทั้งคู่ก็พากันวิ่งมุ่งไปยังป่า ระหว่างทางเทาริบอกว่าเขาต้องการไปทางที่พวกผู้ใหญ่ล่าสัตว์ เพราะอย่างน้อยชายหนุ่มก็เป็นผู้ใหญ่ (ในสายตาของเทาริ)


แต่เขารู้สึกไม่ดีกับทางนั้นอย่างไรไม่รู้


“ข้าว่า...ไม่ดีหรอกมั้ง....” เขาปฏิเสธ


“แต่ว่า ข้าอยากไป!” เทาริรบเร้าอยากจะไปทางนั้นให้ได้


“ไม่ได้ๆๆ เจ้ายังเด็กเกินไป ส่วนข้าก็เป็นมือใหม่สำหรับที่นี่ ถ้าไปกันเอง ข้าว่ามันจะอันตรายไปหน่อยนา” เฟไลน์หนุ่มพยายามโน้มน้าวใจอีกฝ่าย


“...แล้วเจ้าดูข้าสิ ตัวก็ไม่ได้ใหญ่โต อาวุธก็มีแค่มีดเล็กๆ กับหอกไม้นี่ แถมฝีมืออะไรก็ไม่มี ถ้าเกิดอันตรายอะไรขึ้นมา ข้าคงช่วยอะไรเจ้าไม่ได้มากนักหรอก ข้าว่าเราไปทางปกติดีกว่านะ ข้าจะได้ฝีกล่าสัตว์ไปกับเจ้าด้วยได้ไง” เขาชักแม่น้ำทั้งห้ามาเกลี้ยกล่อมเด็กชายเต็มที่ เทาริเองก็ดูเหมือนจะเริ่มลังเลขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน เห็นอย่างนั้นเขาก็รีบเสริมเข้าไปอีกระลอก


“ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยทั้งกับตัวเจ้าและตัวข้า เราควรจะไปทางที่ปลอดภัยดีกว่า แล้วคราวหน้าเราค่อยไปทางนั้นกันพร้อมกับคนอื่นๆ ในหมู่บ้านจะดีกว่านะ เจ้าคิดว่าไง?” เขามองอีกฝ่ายเป็นเชิงขอความเห็น แต่ในใจก็ขอให้เทาริยอมรับฟังคำขอของเขาน่ะนะ


“ก็ได้” แล้วชายหนุ่มก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก...

 

..

.

.

 

กว่าจะกลับมาถึงหมู่บ้านก็เกือบค่ำแล้ว เขาพบว่าเทาริมีฝีมือในการแกะรอยสัตว์และล่าสัตว์อย่างมาก และฝีมือของเขาก็แย่มากเช่นกัน หลายครั้งที่เขาทำพลาดจนปล่อยเหยื่อให้หนีไป ทั้งทำเสียงดัง ทั้งตื่นเต้นเกินไปจนเผลอสะบัดหางไปโดนพุ่มไม้ วันนี้เขาขอโทษเทาริไปหลายรอบเลยทีเดียว


ถึงเขาจะทำพลาดบ่อย แต่อย่างน้อยเทาริก็สามารถล่ากระต่ายมาได้สำเร็จ และครอบครัวของเขาก็นำมันไปปรุงอาหารเพื่อเป็นการฉลองให้กับเหยื่อตัวแรกของเซนทอร์น้อย แต่ถ้าจำไม่ผิดเหมือนเขาจะได้ยินเทาริบอกว่าจะล่าสิงโตหรือมังกรเป็นเหยื่อตัวแรกนะ แต่ว่าที่ป่านี่มันจะมีเหรอ สัตว์อันตรายพวกนั้นน่ะ


เมื่อมื้อค่ำจบลง ชายหนุ่มก็บอกลาพวกเซนทอร์ แล้วเดินแยกไปยังที่พักที่หัวหน้าหมู่บ้านได้บอกไว้ และพบว่าในนั้นที่นอนได้ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว  เขามองกองฟางแห้งที่สุมๆ บนพื้นดินซึ่งคงเป็นเตียง ส่วนแท่นไม้ยาวๆ นี่ เขาก็ไม่รู้ว่ามันเอาไว้ทำอะไรกันแน่ แต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงจะคิดแล้วล่ะ... 


เฟไลน์หนุ่มเอนตัวลงนอนบนกองฟาง วางแตรเขาสัตว์ที่ติดตัวมาทั้งวันไว้ข้างตัว


"ตอนกลางวันก็อบอุ่นดี แต่ตอนนี้ชักจะหนาวๆขึ้นมาแล้วสิ" เขาโกยกองฟางมาใกล้ๆตัว และใช้ผ้าคลุมแทนผ้าห่ม

.

.

ค่อยๆหลับตาลง


.


และ


.

.


จมลงสู่ห้วงนิทรา

. . .

. . . . 

. . .

. .

.

.

.

.

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ในที่สุดก็เสร็จ //รีบปั่นก่อนเปิดเทอม

ไม่เคยเขียนยาวขนาดนี้มาก่อนเลย T^T

ถ้าอ่านแล้วดูแปลกๆไปบ้างก็... ขอโทษด้วยค่ะะ m(_ _)m

 

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ UvU

 

 

Recommend

Categories